พัฒนาการของลูกน้อยแต่ละช่วงวัยมีความแตกต่าง และมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตในอนาคต เพราะหากลูกมีปัญหาเรื่องพัฒนาการตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิตก็อาจจะหมายถึงความผิดปกติหรือเกิดปัญหาตามมาเมื่อลูกโตขึ้น เช่น หากลูกอยู่ในช่วงวัยที่ควรจะเดินได้แล้ว แต่ขายังอ่อนแรงยืนไม่ได้ซึ่งแสดงถึงปัญหาของพัฒนาการทางด้านกล้ามเนื้อ ที่คุณแม่ควรช่วยส่งเสริมหรือปรึกษาแพทย์ได้ทันท่วงที ดังนั้น สิ่งที่สำคัญของพัฒนาการที่ดีของลูกอันดับแรก คือคุณแม่ต้องหมั่นตรวจเช็ก และรู้จักพัฒนาการในด้านต่างๆเพื่อการส่งเสริมและแก้ปัญหาได้ถูกต้องทันท่วงที ลูกน้อยของเราก็จะมีพัฒนาการที่ดีและสมบูรณ์
            ลองมาเริ่มทำความรู้จักพัฒนาการตามช่วงวัยในแต่ละด้านของลูก แล้วบันทึกว่าลูกน้อยของเรามีพัฒนาการล้ำหน้า หรือสมวัยอย่างไรบ้าง
สุขภาพร่างกายดี ลูกมีคุณภาพ
            มาเริ่มเช็กพัฒนาการทางด้านร่างกายของลูกกันก่อนดีกว่าค่ะ เพราะเมื่อลูกน้อยแข็งแรงสุขภาพดี พัฒนาการด้านอื่นๆก็มักจะดีตามไปด้วย แต่หากลูกมีพัฒนาการช้ากว่ากำหนด ไม่ควรกังวลใจ เพราะเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการช้าหรือเร็วต่างกัน นอกจากว่าสังเกตเห็นความผิดปกติต่างๆจึงควรพาไปพบแพทย์
            อย่าลืมบันทึกความสุขหรือความประทับใจ ในสิ่งที่ลูกคนเก่งของเราทำได้ด้วยนะคะ Download บันทึกพัฒนาการลูกน้อย
  เทคนิคส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย
            ลูกวัย 0 - 3 เดือน เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาให้ลูก ด้วยการค่อยๆยืดและเหยียดนาลูกในช่วงเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือหลังจากลูกอาบน้ำ รวมทั้งหาของเล่นสีสดใสกระตุ้นให้ลูกมองตามและหัดใช้นิ้วมือเอื้อมคว้า
            ลูกวัย 3 - 6 เดือน ช่วยหัดให้ลูกพลิกคว่ำ ด้วยการหาของเล่นมาหยอกล้อและหากระดาษมาให้ลูกขยำเล่น เพื่อฝึกกล้ามเนื้อนิ้วมือ (ระวังไม่ให้เข้าปาก) หรือเล่นเกมรับสิ่งของกับลูก
            ลูกวัย 6 - 12 เดือน ใช้ของเล่นเคลื่อนไหว กระตุ้นให้ลูกเคลื่อนไหวตาม หัดให้ลูกถือช้อนตักอาหาร หรือขนมปังแท่ง ผักต้มเป็นแท่ง ให้ลูกหยิบและกัดกินเล่น รวมทั้งหัดลูกให้ดื่มนมหรือน้ำโดยใช้ถ้วยหัดดื่มที่มีหูจับ ฝึกการใช้กลัามเนื้อมือและพัฒนาการด้านการกิน
            ทราบถึงพัฒนาการด้านร่างกายกันบ้างแล้ว สิ่งสำคัญที่คุณแม่ควรคำนึงถึงคือการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางร่างกายให้ลูกตั้งแต่วัยแรกเกิด ด้วยการพาลูกไปรับวัคซีนให้ครบถ้วนตามแต่ละช่วงวัย ดังตารางวัคซีนต่อไปนี้
อายุของลูกน้อย
วัคซีนที่จำเป็น และ *วัคซีนที่อาจเสริม
แรกเกิด
วัคซีนวัณโรคหรือบีซีจี และวัคซีนตับอักเสบบี ครั้งที่ 1
1 เดือน
วัคซีนตับอักเสบบี ครั้งที่ 2
2 เดือน
วัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 1
วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ครั้งที่ 1
*วัคซีนเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ ครั้งที่ 1
4 เดือน
วัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 2
วัคซีนป้องกันโปลิโอ ครั้งที่ 2
*วัคซีนเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ ครั้งที่ 2
6 เดือน
วัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 3
วัคซีนป้องกันโปลิโอ ครั้งที่ 3
วัคซีนตับอักเสบบี ครั้งที่ 3
*วัคซีนเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ ครั้งที่ 3
9 เดือน
วัคซีนโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม ครั้งที่ 1
1 – 1 1/2 ปี
วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี ครั้งที่ 1 และ 2 (ห่างกัน 1 – 4 สัปดาห์)
1 1/2 ปี
วัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 4
วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ครั้งที่ 4
2 – 2 1/2 ปี
วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี ครั้งที่ 3 (ห่างจากครั้งแรก 1 ปี)
4 – 6 ปี
วัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 5
วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ครั้งที่ 5
วัคซีนโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม ครั้งที่ 2
6 ปี
*วัคซีนตับอักเสบเอ 2 เข็ม (ห่างกัน 6 –12 เดือน)
10 –12 ปี
วัคซีนคอตีบ บาดทะยัก (และฉีกกระตุ้นทุก 10 ปี)
*วัคซีนโรคสุกใส (หากยังไม่เป็นโรคสุกใส)
     
    หมายเหตุ : *วัคซีนที่อาจเสริม เป็นวัคซีนที่อยู่ในดุลยพินิจของคุณพ่อคุณแม่ และแพทย์โดยพิจารณาถึงความจำเป็นในการฉีด
สื่อสารภาษา พัฒนาการพูด
              คุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านคงจะตื่นเต้นดีใจและรอคอยว่าเมื่อไรลูกจะเรียก แม่ เรียก พ่อ ได้ ดังนั้นจึงควรมาเรียนรู้เรื่องของพัฒนาการด้านภาษา และการสื่อสาร “ภาษากาย” หรือ “Baby sign” ของลูกในแต่ละวัย เพื่อตอบสนองความต้องการและพัฒนาการด้านภาษาให้ลูกได้ง่ายขึ้น
  เทคนิคส่งเสริมพัฒนาการ
            ลูกวัย 0 –3 เดือน เรียกชื่อลูกบ่อยๆหมั่นพูดคุย ยักคิ้วหลิ่วตา แสดงท่าทางกับลูกอยู่เสมอ หรือร้องเพลงกล่อมให้ลูกฟังบ่อยๆ
            ลูกวัย 3 – 6 เดือน พูดคุย ร้องเพลงให้ลูกฟัง ชี้ชวนดูรูปภาพการ์ตูนในนิทานและเล่าให้ลูกฟัง เพื่อให้ลูกมองตามและฟังเสียง
            ลูกวัย 6 – 12 เดือน ออกท่าทาง ทำเสียงสูงต่ำ ขณะร้องเพลงหรือเล่านิทานให้ลูกฟัง หรือท่องคำคล้องจองที่มีเสียงสูงต่ำให้ลูกฟังอย่างสม่ำเสมอ

  ฉลาดล้ำหน้า ถ้าสติปัญญาดี
              เรื่องของความฉลาด และการมีสติปัญญาดี เป็นเรื่องยอดฮิตที่คุณแม่ทุกท่านสนใจติดตามและส่งเสริมทุกวิธีการเพื่อลูก แต่ก่อนจะส่งเสริมลูกได้ ต้องทราบก่อนว่าลูกมีพัฒนาการด้านสติปัญญาเป็นอย่างไร เพื่อการสนับสนุนได้ตรงกับช่วงวัยลูก แต่อย่าลืมว่า ลูกจะมีสติปัญญาดี พัฒนาการด้านอื่นๆ ก็ต้องดีด้วย
    เทคนิคส่งเสริมพัฒนาการ
            ลูกวัย 0 –3 เดือน เรียกชื่อลูกบ่อยๆหมั่นพูดคุย ยักคิ้วหลิ่วตา แสดงท่าทางกับลูกอยู่เสมอ หรือร้องเพลงกล่อมให้ลูกฟังบ่อยๆ
            ลูกวัย 3 – 6 เดือน พูดคุย ร้องเพลงให้ลูกฟัง ชี้ชวนดูรูปภาพการ์ตูนในนิทานและเล่าให้ลูกฟัง เพื่อให้ลูกมองตามและฟังเสียง
            ลูกวัย 6 – 12 เดือน ออกท่าทาง ทำเสียงสูงต่ำ ขณะร้องเพลงหรือเล่านิทานให้ลูกฟัง หรือท่องคำคล้องจองที่มีเสียงสูงต่ำให้ลูกฟังอย่างสม่ำเสมอ
อารมณ์จิตใจดี EQ ดี มีความสุข
พัฒนาการทางด้ามสังคมอารมณ์และจิตใจ
             การส่งเสริมให้ลูกน้อยเติบโตขึ้นและอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข จำเป็นต้องปลูกฝังพื้นฐานทางอารมณ์และจิตใจ รวมทั้งให้ลูกมี EQ หรือมีความฉลาดทางอารมณ์ที่ดีด้วย เริ่มจากรู้จักและเข้าใจถึงพัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจของลูกตั้งแต่ยังเล็ก และส่งเสริมด้าน EQ ให้ลูกอย่างเหมาะสม เท่านี้ลูกน้อยก็จะเป็นเด็กที่มี EQ ดี รู้จักควบคุมอารมณ์จิตใจ และเติบโตได้อย่างมีความสุข
เทคนิคส่งเสริม EQ เพื่อลูกน้อย
           ลูกวัย 0 – 3 เดือน สร้างความรู้สึกและอารมณ์ที่ดีด้วยการเปิดเพลงให้ลูกฟัง และพูดคุย อุ้มลูกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส รวมทั้งตอบสนองความต้องการให้ลูกทันที เพื่อปูพื้นฐานให้ลูกเป็นเด็กที่มีอารมณ์ดีตั้งแต่เด็ก
           ลูกวัย 3 – 6 เดือน สอนลูกรู้จักแบ่งปัน โดยการแบมือขอของเล่นจากลูก ยอมรับความรู้สึกลูก และให้ลูกได้เล่นหรือทำอย่างอิสระโดยไม่บังคับ หรือฝืนความรู้สึกลูก
           ลูกวัย 6 –12 เดือน ให้ลูกแบ่งของเล่น และให้ลูกป้อนขนมให้แม่บ้าง หากลูกแสดงอารมณ์ที่ไม่ดี ควรใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจ แทนการหงุดหงิดหรือตำหนิลูก