ก่อนที่จะโวยไปกันใหญ่ว่าทำไมน้ำหนักไม่ยักกะลดลงเสียที คงต้องเข้าใจก่อนค่ะว่าช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์บางคนน้ำหนักเพิ่มขึ้นไปกว่า 15 กิโลกรัม จะให้ลดลงไปอย่างฮวบฮาบคงจะยากทีเดียวค่ะยิ่งคุณแม่ที่ขยันทำน้ำหนักช่วงตั้งครรภ์ด้วยแล้ว จะให้น้ำหนักลดลงเร็วก็คงยากเช่นกันค่ะ

เดือนแรก : 8 – 10 กิโลกรัม
หลังคลอดแล้วมีโอกาสที่น้ำหนักลดลง ซึ่งมีให้คุณแม่ได้เฮ! 2 รอบด้วยกันค่ะ
รอบด้วยกันค่ะ
                รอบแรกคือ : หลังคลอด น้ำหนักจะลดลงประมาณ 5 – 6 กิโลกรัมเรียกว่ามีให้ดีใจไปได้บ้าง แต่ส่วนที่ลดลงหาใช่ส่วนที่พอกพูนเป็นกล้ามเนื้อหรือไขมันในร่างกายช่วงตั้งครรภ์นะคะ แต่เป็นผลรวมน้ำหนักของลูก รก น้ำคร่ำ รวมถึงเลือดที่ออกขณะคลอดนั่นเอง
รอบสองคือ : สัปดาห์แรกหลังคลอดน้ำหนักคุณแม่จะหายไปอีก 3 – 5 กิโลกรัม เพราะกระบวนทางร่างกายจะขับน้ำที่เพิ่มขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ออกทางปัสสาวะ แต่ก็เป็นเพียงช่วงเดียวนะคะจากนี้ไปน้ำหนักก็จะเหมือนเดิมค่ะ

3 เดือนเวลาทองของการดูแลน้ำหนักตัว
                ช่วง 3 เดือนหลังคลอดถือเป็นช่วงเวลาทองที่น้ำหนักคุณแม่จะมีโอกาสลดลงมากที่สุดค่ะ รู้เช่นนี้แล้วไม่ได้หมายความว่าสนับสนุนให้ลดน้ำหนักแบบเอาเป็นเอาตายนะคะ เพราะหากคุณแม่โหมลดน้ำหนักในช่วงที่ต้องใช้พลังงานในการเลี้ยงลูกและให้นมไปด้วย นอกจากว่าลูกจะไม่ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่เพราะแม่ควบคุมอาหารด้วยแล้ว ยังทำให้สุขภาพโดยรวมของแม่อ่อนเพลียค่ะ
แต่ก่อนจะตัดสินใจควบคุมน้ำหนัก คุณแม่ควรทราบข้อมูลก่อนว่าจริงๆแล้วการที่น้ำหนักจะลดลงมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับ....
                                - ปริมาณไขมันและน้ำรวมถึงจำนวนน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของคุณแม่ตลอดการตั้งครรภ์
                                - รูปแบบการใช้ชีวิตของคุณแม่แต่ละคน เช่น หากเป็นคุณแม่ที่ทำงานนอกบ้านน้ำหนักอาจจะลดได้เร็วกว่า เพราะด้วยกิจกรรมการทำงานจะทำให้น้ำหนักลดลงด้วย
                                - การให้ลูกกินนมแม่จะช่วยให้น้ำหนักลดลงเร็ว เนื่องจากกระบวนการผลิตน้ำนม ร่างกายจะดึงไขมันที่สะสมในร่างกายไปใช้ในการสร้างน้ำนม เป็นผลพลอยได้ทำให้ไขมันรวมถึงน้ำหนักแม่ลดลงไปด้วยค่ะ
                                - ส่วนคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมลูก แถมมีพี่เลี้ยงช่วยเลี้ยง อาจจะลดน้ำหนักลงได้น้อยและช้ากว่าคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมลูก แต่เลี้ยงลูกและดูแลลูกเองทุกอย่างนะคะ

                หากออกกำลังกายหลังคลอด อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องแผลเย็บ คือ หากแม่คลอดธรรมชาติ 2 – 3 วันหลังคลอดก็สามารถออกกำลังกายด้วยท่าเบาๆได้ค่ะ แต่หากเป็นแผลผ่าคลอดรอให้ครบ 1 เดือนเพื่อให้แผลแห้งสนิทก่อนดีกว่าจึงจะเริ่มออกกำลังกายได้
ควรใช้วิธีการออกกำลังกายดีกว่าอดอาหาร หากน้ำหนักไม่ลดลงไปอย่างที่หวัง แทนที่จะเครียดก็หันมาใช้เวลามีความสุขกับลูกน้อย และลองหาเทคนิคแต่งตัวเพื่ออำพรางรูปร่าง คุณแม่ก็สวยดูดีได้ค่ะ

Tips
                ถ้าจะให้ง่าย สะดวก ไม่ควรออกกำลังกายแบบที่ต้องใช้อุปกรณ์ประกอบเยอะ เช่น ซิตอัพอย่างน้อยวันละ 30 ครั้ง ประโยชน์คือจะช่วยกระชับหน้าท้องที่หย่อนคล้อยให้กระชับ หรือท่าที่ช่วยกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องและสะโพก คือนอนราบให้หลังแนบกับพื้นให้มากที่สุด วางแขนข้างลำตัวยกเข่าทั้งสองข้างขึ้น พยายามให้เข่าแตะที่หน้าอกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำวันละ 10 ครั้ง
เน้นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เน้นแบบที่รับประทานพอดีและมากประโยชน์

 
ขอขอบคุณนิตยสาร Modernmom ฉบับเดือนตุลาคม 2550 เอื้อเฟื้อบทความ