พีเจ้นเผยแผนธุรกิจปี 51 เตรียมเปิดศึกชิงมาร์เก็ตแชร์ในตลาดต่างจังหวัด หลังตลาดในกรุงเทพฯ ใกล้ถึงจุดอิ่มตัว พร้อมดึงกลยุทธ์แนวรุกทั้งอีโมชั่นนอล และฟังก์ชั่นนอลผ่านการสื่อสารแบบครบเครื่อง เพื่อตอกย้ำภาพความเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องใช้สำหรับแม่และเด็ก “พีเจ้น” อย่างต่อเนื่อง เตรียมลุยจัดอีเวนท์มาร์เก็ตติ้ง 4 ครั้ง 4 ภาค ทั่วประเทศ ตั้งเป้ายอดขายสิ้นปีโต 12%

        นายนิรามัย ลักษณานันท์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท มุ่งพัฒนามาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก “Pigeon” เปิดเผยถึงภาพรวมของตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กว่า แม้ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว แต่ภาพรวมของตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลิตภัณฑ์สินค้าในกลุ่มระดับพรีเมี่ยมยังคงมีแนวโน้มที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นผลมาจากสินค้าในกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง จึงไม่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากนัก ประกอบกับปัจจุบันครอบครัวคนไทยมีค่านิยมมีบุตรไม่เกินครอบครัวละ 1-2 คน ขณะที่มีระดับการศึกษาและระดับรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้สามารถใช้จ่ายเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แม่และเด็กได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดผลิตภัณฑ์แม่และเด็กระดับพรีเมี่ยมมีอัตราการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต

        นายเมธิน เลอสุมิตรกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท มุ่งพัฒนามาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า ในช่วงต้นปี 2551 บริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนตราสัญลักษณ์ของสินค้าแบรนด์ “Pigeon” ใหม่ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของพีเจ้น คอร์ปอเรชั่น ในประเทศญี่ปุ่น ที่ต้องการสร้างกระแสการรับรู้ในตราผลิตภัณฑ์เดียวกันทั่วโลกในระดับสากล สำหรับแผนการตลาดในปีนี้ของบริษัท จะเน้นเรื่องการสร้างแบรนด์ “พีเจ้น” ให้มีความชัดเจนในแง่ของ Brand Value ในเรื่องความเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านพัฒนาการเด็กและทารกให้เกิดในกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด พร้อมกับมีการเน้นการขยายสินค้าใหม่ไปยังผู้บริโภคที่ใช้สินค้า “พีเจ้น” ให้เกิดการทดลองใช้สินค้าอื่นๆ ของบริษัทด้วย รวมถึงการสร้างฐานลูกค้าใหม่ให้ขยายเพิ่มขึ้น

        ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์เชิงรุกด้วยงบการตลาดกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งมากกว่างบการตลาดในปี 2550 ที่ใช้อยู่ที่ 20 ล้านบาท โดยบริษัทเน้นการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ด้วยการเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้มีความหลากหลายและมีคุณภาพที่ได้มาตรฐาน มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ต่อเนื่องตลอดทั้งปีเพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น

        นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้วางแผนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ครอบคลุมทุกสื่อทั้ง Above the Line ทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิทยุ โทรทัศน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโฆษณาผ่านทางหน้านิตยสารสำหรับแม่และเด็ก และ Below the Line รวมไปถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้วางแผนเปิดตัวกิจกรรมทางการตลาดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงปลายปี 2551 นี้ ในรูปแบบของอีเวนท์มาร์เก็ตติ้งในพื้นที่ของศูนย์การค้าตามหัวเมืองใหญ่ 4 ครั้งใน 4 ภาค ทั่วประเทศ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง