สามารถกล่าวได้ว่า ปี 2564 เป็นปีที่สองแล้วที่บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการระบาดหลายระลอก ซึ่งการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้าที่ลามเป็นวงกว้างในไทยช่วงไตรมาสที่ 3 นั้น ส่งผลให้หลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจถูกจำกัดภายใต้มาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดเป็นระยะเวลาหลายเดือน ต่อเนื่องมาถึงการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่โอมิครอนในช่วงปลายปีที่กลับมาสร้างความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอีกครั้ง มุ่งพัฒนาและหลายธุรกิจยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และมีแนวโน้มเผชิญกับข้อจำกัดในการฟื้นตัวจากการดำเนินมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดของภาครัฐ ท่ามกลางการเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในประเทศ ซึ่งทำให้การใช้จ่ายภายในประเทศและภาคบริการได้รับผลกระทบ ประชาชนระมัดระวังพฤติกรรมการใช้จ่าย อีกทั้งยังเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากไปทั่วโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาคเศรษฐกิจ ทำให้อัตราส่งออกหดตัว อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและส่งออกยังมีความไม่แน่นอน รวมถึงอุปสงค์ในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ถึงแม้จะได้รับแรงขับเคลื่อนจากการดำเนินนโยบายการเงินของภาครัฐ เช่น โครงการเราชนะ โครงการคนละครึ่ง การเยียวยาประกันสังคม โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ แต่อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายของภาคเอกชนยังคงลดลง เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง

ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตและผลกำไรที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจในการทำงานเพื่อตอบสนองความคาดหวังของลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพื่อรักษาฐานลูกค้าและสัดส่วนการครองส่วนแบ่งในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการแข่งขันรุนแรงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จากมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวด ทำให้ฝ่ายจัดการของบริษัทมีความตื่นตัวต่อความท้ายทาย และปรับเปลี่ยนแผนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในการบริหารการขายให้มีประสิทธิภาพและคล่องตัวภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 783.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.52 จากปีก่อน มีผลกำไรสุทธิเบ็ดเสร็จตามวิธีส่วนได้เสียเท่ากับ 82.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 43.95 จากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และจากกำไรที่เพิ่มขึ้นของบริษัทร่วม บริษัทสามารถสร้างผลกำไรต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 นับตั้งแต่การเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

นอกจากความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตและผลกำไรอย่างยั่งยืนแล้ว คณะกรรมการและผู้บริหาร ให้ความสำคัญกับการมีบทบาทและหน้าที่ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อสร้างความยั่งยืน รวมถึงการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นอย่างเคร่งครัด บริษัทเป็นสมาชิกโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC)

ในปี 2564 บริษัทมุ่งเน้นความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันตามเจตนารมณ์ของบริษัท โดยการยกระดับและทบทวนแนวปฏิบัติการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน รวมถึงจัดให้มีการฝึกอบรมให้ความรู้เรื่องการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน ให้กับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน รวมถึงคู่ค้าอีกด้วย

จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้บริษัทไม่สามารถรวมตัวกันออกไปทำกิจกรรมภายนอกได้ แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างคุณค่าร่วมในสังคม โดยมีกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2564 ดังนี้

  • ร่วมบริจาคผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้กับมูลนิธิกระจกเงา
  • ร่วมมอบผลิตภัณฑ์สิ่งของเครื่องใช้ของบริษัทเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเหตุเพลิงไหม้โรงงานสารเคมี อำเภอบางพลี
  • ร่วมเป็นหนึ่งในกำลังใจมอบผลิตภัณฑ์พีเจ้น สิ่งของเครื่องใช้ให้แก่คลัสเตอร์ฟันน้ำนม โรงพยาบาลขอนแก่น
  • ร่วมบริจาคผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้กับสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต
  • ร่วมบริจาคผลิตภัณฑ์พีเจ้นและของใช้จำเป็นแก่มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม

นอกจากนี้ ในปี 2564 บริษัทได้รับการประเมินผลคะแนน CG อยู่ในเกณฑ์ 5 ดาว (ดีเลิศ) ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของคณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และพนักงานในการพัฒนาและยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเติบโตไปอย่างยั่งยืน มีจริยธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้

สุดท้ายนี้ในนามของมุ่งพัฒนา ผมขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น คู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา

ผมเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานจะยังคงมุ่งพัฒนาคุณค่าอย่างยั่งยืนของธุรกิจด้วยความรับผิดชอบร่วมกับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม และสร้างผลประกอบการที่ดีตลอดไป

นายสุเมธ เลอสุมิตรกุล

ประธานคณะกรรมการบริษัท