ปี 2563

นับได้ว่าปี 2563 เป็นปีที่ท้าทายอย่างมากของบริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และเชื่อว่าเป็นปีที่ท้าทายของหลายๆ ธุรกิจจากการระบาดของไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกระทบทั่วทุกภาคส่วนรวมถึง ภาคประชาชน หลายธุรกิจต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการการปิดประเทศ ปิดเมืองและปิดห้างสรรพสินค้าร้านค้าต่างๆ

เพื่อตอบรับกับมาตรการภาครัฐที่ออกมาป้องกันการระบาด ของไวรัสโคโรน่า นอกจากนี้ยังเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากไปทั่วโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาคเศรษฐกิจ ทำให้อัตราส่งออกหด ตัว อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น สภาวะเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้ม หดตัวจากสถานการณ์โควิด-19 การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและ ส่งออกยังมีความไม่แน่นอนสูงมาก รวมถึงอุปสงค์ในประเทศทั้ง การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ถึงแม้จะได้รับแรงขับเคลื่อน จากการดำเนินนโยบายการเงินของภาครัฐ เช่น โครงการเที่ยวด้วยกัน โครงการคนละครึ่ง หรือโครงการช็อปดีมีคืน แต่อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายของภาคเอกชนยังคงลดลง เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง

ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตและผลกำไรที่ยั่งยืน แก่ผู้ถือหุ้น คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ทุ่มเททั้งแรง กายแรงใจในการทำงานเพื่อตอบสนองความคาดหวังของลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพื่อรักษาฐานลูกค้าและสัดส่วน การครองส่วนแบ่งในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการแข่งขันรุนแรงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงการ ปิดเมือง การปิดห้างสรรพสินค้าในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 นั้น ทำให้ฝ่ายจัดการของบริษัทต้องปรับเปลี่ยนแผนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในการบริหารการขายให้มีประสิทธิภาพ และคล่องตัวภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว บริษัทมีรายได้จากการ ขายรวม 779.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.24 จากปีก่อน มีผลกำไรสุทธิเบ็ดเสร็จตามวิธีส่วนได้เสียเท่ากับ 57.18 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 35.30 จากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นและผลกระทบจากกำไรที่ลดลงของบริษัทร่วม อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลกำไรต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 นับตั้งแต่การเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

นอกจากความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตและผลกำไรอย่างยั่งยืนแล้ว คณะกรรมการและผู้บริหาร ให้ความสำคัญกับการมีบทบาทและหน้าที่ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อสร้างความยั่งยืน รวมถึงการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นอย่างเคร่งครัด บริษัทเป็นสมาชิกโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) นอกจากนี้บริษัทยังมีการสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมสร้างคุณค่าร่วมในสังคม โดยการจัดกิจกรรม ต่างๆ ได้แก่

  • โครงการพี่ๆ พนักงานช่วยแยกขยะขวดพลาสติกเพื่อขาย และนำเงินเข้าสมทบมอบเป็นทุนให้โรงเรียนวัดห้วยลำไย ต่อยอดจากการให้ความรู้ในโครงการแยกขยะเมื่อปีก่อน
  • การตัดเย็บถุงผ้าบริจาคให้กับโรงพยาบาล
  • การบริจาคขวดนม จุกนมให้กับชาวมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งเป็นโครงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กระจายรายได้สู่ชุมชน ท้องถิ่นภายใต้กิจกรรม Andaman Promise ระหว่างวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2563 ผ่านโครงการ Care the Bear ของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • จัดกิจกรรมสอนน้องแปรงฟัน ที่ชุมชนโรงเรียนวัดห้วยลำไย จังหวัดนครสวรรค์เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 เพื่อสร้างสรรค์ คุณค่าร่วมสู่สังคมโดยมุ่งเน้นที่การให้อย่างยั่งยืน ภายใต้ชื่อ โครงการ“มุ่ง” พัฒนาทำดีสร้างอนาคตชุมชน ซึ่งทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้ว

นอกจากนี้ในปี 2563 บริษัทได้รับการประเมินผลคะแนน CG อยู่ในเกณฑ์ 5 ดาว (ดีเลิศ) ซึ่งเป็นการปรับระดับ 4 ดาวจากปีก่อน ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของคณะกรรมการคณะผู้บริหารและพนักงานในการพัฒนาและยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเติบโตไปอย่างยั่งยืน มีจริยธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้

สุดท้ายนี้ในนามของมุ่งพัฒนา ผมขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น คู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายที่ได้ให้ความไว้วางใจ และสนับสนุนบริษัทด้วยดีเสมอมา ผมเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการ บริษัท ผู้บริหาร และพนักงานจะยังคงมุ่งพัฒนาคุณค่าอย่าง ยั่งยืนของธุรกิจด้วยความรับผิดชอบร่วมกับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม และสร้างผลประกอบการที่ดีตลอดไป

สุดท้ายนี้ในนามของมุ่งพัฒนา ผมขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น คู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา

ผมเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานจะยังคงมุ่งพัฒนาคุณค่าอย่างยั่งยืนของธุรกิจด้วยความรับผิดชอบร่วมกับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม และสร้างผลประกอบการที่ดีตลอดไป

นายสุเมธ เลอสุมิตรกุล

ประธานคณะกรรมการบริษัท